quote-left.png
ปลดล็อค...กัญชาทางการแพทย์เสรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
quote-right.png
กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ครม. แก้ พรบ. ยาเสพติดให้โทษ ให้ประชาชนปลูกกัญชา ใช้รักษาอาการป่วยได้-ขายได้

25-1604482611.jpg

กระทรวงสาธารณสุขเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ เข้าที่ประชุม ครม. วันอังคารนี้ มุ่งเน้นขยายประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาโรคด้วยกัญชาอย่างทั่วถึง ต่อยอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ให้แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านปลูกกัญชาเพื่อปรุงยาให้ผู้ป่วยได้ และส่งเสริมความเข้มแข็งอุตสาหกรรมยาไทยให้เกษตรกรร่วมกับผู้ผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลูกกัญชาเพื่อนำมาผลิตยา รวมถึงสามารถผลิตและส่งออกยากัญชาได้ เพื่อประโยชน์ทางด้านสาธารณสุขและการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

นายแพทย์ไพศาล  ดั่นคุ้ม  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนโยบายเร่งด่วนข้อ 4  ให้ความสำคัญในการต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านเพื่อสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป รวมถึงศึกษาวิจัยการใช้กัญชา ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจนั้น ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ผู้ป่วยที่ต้องการรักษาโรคด้วยกัญชายังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาอย่างทั่วถึง อีกทั้งแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านยังไม่สามารถปลูกกัญชาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยของตนส่งผลให้การรักษาด้วยภูมิปัญญาไทยไม่ได้รับการต่อยอดและพัฒนาเท่าที่ควร เป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยาไทยสู่ระดับโลก ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอ“ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...” เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ (4 สิงหาคม 2563) เพื่อผลักดันการใช้พืชกัญชาทางการแพทย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษแล้ว ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แพทยสภา สภาการแพทย์แผนไทย สภาเภสัชกรรม กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นต้น

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมุ่งเน้นหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 
1. เพิ่มการเข้าถึงการรักษาให้ผู้ป่วยที่ได้รับการรับรองจากผู้ประกอบวิชาชีพสามารถขออนุญาตปลูกและใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคของตนเองได้
2. ต่อยอดภูมิปัญญาการแพทย์ในท้องถิ่นให้แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านสามารถขออนุญาตปลูกกัญชาเพื่อใช้ในการปรุงยาให้ผู้ป่วยของตนได้
3. ส่งเสริมอุตสาหกรรมยาของประเทศให้เกษตรกรสามารถขออนุญาตปลูกกัญชาภายใต้ความร่วมมือกับผู้ผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร

อีกทั้งผู้ผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรสามารถผลิตยากัญชาและส่งออกได้ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางยาของประเทศ ไม่ต้องนำเข้ายากัญชาจากต่างประเทศ และประหยัดงบประมาณในการนำเข้ายาโดยใช้ยากัญชาทดแทนหรือใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ผู้นำในการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ ต่อยอดภูมิปัญญาไทย บรรลุตามนโยบายของรัฐบาล ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนไทยและประเทศชาติอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
จากหน่วยงาน : เปิดดู 194 ครั้ง
วันที่ประกาศข่าว : 03 สิงหาคม 2563
x