quote-left.png
ปลดล็อค...กัญชาทางการแพทย์เสรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
quote-right.png
อนุทิน ปลูกกัญชาเกรดทางการแพทย์สายพันธุ์ไทย ระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน ที่ ม.แม่โจ้

01-01.png

วันนี้ (21 กันยายน 2562) ที่ จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารเปิดโครงการ “ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ 12,000 ต้น” ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และให้สัมภาษณ์ว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ องค์การเภสัชกรรม และ กรมการแพทย์ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นไปตามมาตรฐานเกรดทางการแพทย์ แบบครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2562 และเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการยาเสพติดให้โทษได้อนุญาตให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินการปลูกกัญชาได้

01-02.png
01-3.png 01-04.png

นายอนุทิน กล่าวต่อว่าโดยในวันนี้จะได้เริ่มทำการปลูกต้นกล้ากัญชาเพื่อเป็น วัตถุดิบกัญชาสำหรับนำมาสกัดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งนับเป็นการ ปลูกกัญชาเกรดทางการแพทย์ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของอาเซียน คาดว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จะสามารถส่งวัตถุดิบกัญชาดอกแห้ง จำนวน 2,400 กิโลกรัม ให้องค์การเภสัชกรรมนำไปสกัดเป็นยาจากสารสกัดกัญชา ยังรวมถึงการศึกษาวิจัยวิธีการปลูกต้นกัญชาและกัญชงในรูปแบบกลางแจ้ง (outdoor) เพื่อพัฒนาให้ได้รูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมสำหรับวิสาหกิจ ชุมชน ได้วิธีการปลูกกัญชาที่ปลอดภัยและมีคุณภาพในพื้นที่ นำไป ประยุกต์ใช้ จะนำไปสู่การปลูกในครัวเรือนๆ ละ 6 ต้นในอนาคต เพื่อให้ผู้ป่วย ได้ใช้กัญชาอย่างปลอดภัยในการรักษาตนเอง

“การปลูกกัญชาทางการแพทย์แบบเมดิคอลเกรด ด้วยสายพันธุ์ที่ดี ปลูกใน ระบบที่ปลอดภัย เพื่อรักษาสายพันธุ์ ที่ 3หน่วยงานร่วมมือกันทำในครั้งนี้ จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศ และผมมั่นใจว่าผลผลิตที่ได้จะมีสารสกัด สำคัญทั้ง CBD และTHC ในสัดส่วนตามที่เราคาดหวังไว้ “นายอนุทิน กล่าว

ด้านศ.ดร.อานัฐ ตันโช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหน่วยงานต้นน้ำ เห็นว่าเพื่อให้ได้ ต้นกัญชาแห้งที่มีคุณภาพเกรดทางการแพทย์นั้น ต้องปลูกภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นไปตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติ ด้านเกษตรอินทรีย์หรือ IFOAM, USDA Organic Standard ซึ่งเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานสากลในระดับโลก แต่เนื่องจากกัญชายังมีสถานะ เป็นยาเสพติด มาตรการรักษาความปลอดภัยจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางของหลักเกณฑ์มาตรฐานการปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดี หรือ GSP (Good Security Practices) การปลูกตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นั้นได้ดำเนินการปลูกด้วยระบบไร้สารเคมีสังเคราะห์ โดยการใช้วัสดุเพาะกล้า วัสดุปลูก ธาตุอาหารพืช จุลินทรีย์กำจัดศัตรูพืชทั้งเชื้อราและกำจัดแมลง ตลอดจนแมลงตัวห้ำโดยวัสดุทั้งหมดที่ใช้ได้รับการรับรองในระบบเกษตรอินทรีย์ที่ผลิต ในระบบอุตสาหกรรม

โดยโครงการนี้ได้ต่อยอดมาจากโครงการอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์จังหวัดเชียงใหม่ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลห้าปีตั้งแต่ปี 2557-2562 ส่วนมาตรฐาน GSP นั้น ใช้ระบบความปลอดภัยตามแบบมาตรฐานของ อย., ปปส., อภ. ที่ควบคุมการผลิตในบริเวณที่ควบคุมอย่างเข้มงวด ด้านการเช้าออกบริเวณที่ปลูกพืชในระบบปิด ทั้งโรงเพาะกล้า โรงปลูก ด้วนระบบสแกนนิ้ว กล้องวงจรปิด รั้วล้อมรอบ และยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถตรวจดูได้จากระบบสื่อสารทางไกลจากผู้เกี่ยวข้องและบันทึกข้อมูลไว้ตรวจสอบจากระบบได้มากกว่าหนึ่งปี

ด้านนพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรมเป็นหน่วยงานกลางน้ำได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับ การสกัดวัตถุดิบกัญชาที่จะได้รับจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ไว้แล้ว โดยทั้งเครื่องสกัดคุณภาพสูงและสถานที่ผลิตรองรับการผลิตใน ระดับอุตสาหกรรมที่เป็นไปตามแนวทางมาตรฐานกรรมวิธีที่ดีในการผลิตหรือ GMP ตามมาตรฐานการปฏิบัติด้านความปลอดภัยที่ดี หรือ GSP และ มาตรฐานการปฏิบัติด้านห้องปฏิบัติการที่ดี หรือ GLP สำหรับการตรวจวิเคราะห์ ควบคุมคุณภาพ นอกจากนั้นองค์การเภสัชกรรมได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการรับ วัตถุดิบช่อดอกกัญชาแห้งทางการแพทย์ เพื่อให้สารสกัดกัญชาทางการแพทย์ มีคุณภาพมาตรฐาน มีสัดส่วนปริมาณสารทีเอชซีและซีบีดีที่เหมาะสมกับตาม ความต้องการทางการแพทย์ โดยทีมงานขององค์การฯ จะเข้าไปตรวจประเมิน ในระหว่างการปลูก อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ที่สำคัญดอกกัญชาแห้ง จะต้องมีการควบคุมคุณภาพ มีผลการตรวจวิเคราะห์สิ่งปนเปื้อน และมีห้อง ปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน

01-05.png
01-06.jpg 01-07.jpg

ด้านนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มั่นใจว่าผลผลิต ที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ จะได้น้ำมันกัญชาเกรดทางการแพทย์ที่มี คุณภาพมาตรฐานครบวงจรตั้งแต่การปลูก การสกัดเป็นยา ซึ่งกรมการแพทย์ จะได้นำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยควบคู่ไปกับการวิจัยอย่างต่อเนื่องโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้นำน้ำมันกัญชาล็อตแรกไปทำการศึกษาวิจัย เซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง เพื่อศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวและเพิ่มจำนวน เซลล์มะเร็ง 10 ชนิด ขณะนี้รอผลการทดลอง รวมทั้งใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด นอกจากนี้สถาบันประสาทวิทยา และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติบรมราชชนนี ได้นำน้ำมันกัญชาไปใช้กับ ผู้ป่วยโรคระบบประสาท และโรคลมชักในเด็ก ซึ่งอยู่ในระหว่างติดตาม ผลการรักษา

ทั้งนี้ กรมการแพทย์ ได้จัดอบรมหลักสูตรการใช้สารสกัดจากกัญชาทาง การแพทย์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ มีแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ผ่านการอบรมแล้ว 6,000 คน และเปิดคลินิกให้คำปรึกษาการใช้กัญชา ทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลในสังกัด ให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุม ตั้งแต่การให้บริการรักษาครอบคลุมกลุ่มโรคที่มีผลวิจัยยืนยันทางการแพทย์ ให้คำแนะนำและติดตาม รวมทั้งเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ นอกจากนี้ ในส่วนพยาบาลที่ต้องทำงานในคลินิกกัญชาฯ จะอบรมทั้งหมด ภายในเดือนกันยายน 2562 นี้

จากหน่วยงาน : กลุ่มภารกิจด้านข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ สำนักสารนิเทศ เปิดดู 199 ครั้ง
วันที่ประกาศข่าว : 21 กันยายน 2562 เวลา 11:46 น.
x